STEM Education คืออะไร สำคัญอย่างไร(นะ)

STEM

ภาพประกอบจาก http://secondsci.ipst.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=331:stemeduworkshop&catid=19:2009-05-04-05-01-56&Itemid=34

 

สเต็มศึกษา(STEM Education) คืออะไร?

                STEM Education (Science Technology Engineering and Mathematics Education) คือแนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์  ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ความรู้ทางด้านวิศวกรรม และความรู้ด้านคณิตศาสตร์  เพื่อเน้นการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตรวมทั้งเพื่อให้สามารถพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคต

 

สเต็มศึกษา(STEM Education) มีความสำคัญอย่างไร?

            ในสังคมโลกในขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยความก้าวหน้าเทคโนโลยีการสื่อสารก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่มีข้อมูลข่าวสารจำนวนมหาศาลอยู่ในแหล่งต่างๆ รวมถึงการที่ต้องแข่งขันกันเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจการค้าทำให้ทุกประเทศต้องเร่งพัฒนาประชากรของตนให้มีคุณภาพสูงขึ้นเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและแข่งขันในตลาดแรงงานกับนานาอารยะประเทศได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการปรับหลักสูตรโดยบูรณาการการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์เทคโนโลยีและกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริงและการประกอบอาชีพในอนาคต ส่วนของผู้สอนและผู้เรียนก็ต้องมีปรับเปลี่ยนตนเองให้มีทักษะที่จำเป็นในการเป็นผู้สอนและผู้เรียนสำหรับการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21ซึ่งกำลังเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจกล่าวถึงกันอย่างมากในวงวิชาการ

                สำหรับในประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งผลักดันแนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมเทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ (Science Technology Engineering and Mathematics Education : STEM)หรือที่เรียกว่า ระบบ “สเต็มศึกษา”เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่การศึกษาไทยและการศึกษาในประชาคมอาเซียนเริ่มจากความร่วมมือในการประชุมเชิงปฏิบัติการของผู้บริหารสถานศึกษาในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำทางวิชาการ มีความรู้ความเข้าใจ และกลวิธีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนของครูในโรงเรียนต่อไปซึ่งการประชุมนี้ได้นำไปขยายผลภายในประเทศเพื่อระดมความคิดมาแล้วหลายครั้ง โดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี พ.ศ. 2555 –2559 โดยตั้งเป้าจะพัฒนาเด็กไทยให้มีความสามารถระดับนานาชาติภายในปี 2570 หรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ของนักเรียนทุกช่วงชั้นจะต้องเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ต่อปีซึ่งจะวัดผลจากการสอบโอเน็ตซึ่งเป้าหมายนี้จะใช้ระบบสเต็มศึกษาเป็นกลยุทธ์หลักในการพัฒนา(อ้างอิง :นางสาวปัณญานัตย์ วิเศษสมวงศ์ ส่วนอาเซียนสำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศจากบทความออนไลน์ http://www.aseanthai.net/special-news-detail.php?id=127)

            ตัวอย่างโครงการหนึ่งของ สสวท. เป็นการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 10 – 11 มกราคม พ.ศ. 2556  มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้เกี่ยวกับสเต็มศึกษา โดยเชิญ Prof. Mitchell J. Nathan ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cognitive Psychology จาก University of Wisconsin, Madison มาเป็นวิทยากร ซึ่ง คุณรักษพล   ธนานุวงศ์ ตำแหน่งนักวิชาการ  สสวท. ได้เผยแพร่ ข้อมูลเกี่ยวกับ STEM Education ผ่านบทความออนไลน์ เรื่อง “รายงานสรุปการอบรมเชิงปฏิบัติการ STEM Education”  ไว้อย่างน่าสนใจ สามารถติดตามอ่านเพื่อศึกษาความรู้ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของสสวท.ที่ลิงค์ http://secondsci.ipst.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=331:stemeduworkshop&catid=19:2009-05-04-05-01-56&Itemid=34  หรือจากไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาแล้วที่นี่  stem_workshop_report

 ข้อสังเกตวิธีการที่นำมาใช้ในการจัดการศึกษา

                ระบบสเต็มศึกษามุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหรือโครงงานที่มุ่งแก้ไขปัญหาที่พบเห็นในชีวิตจริง เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม ผู้เรียนที่มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมหรือโครงงานสเต็มจะมีความพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานที่ต้องใช้องค์ความรู้ และทักษะด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในภาคการผลิต และการบริการที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม การพลังงาน การจัดการสิ่งแวดล้อมการบริการสุขภาพ การคมนาคม และลอจิสติกส์ เป็นต้น (อ้างอิงข้อมูจากบทความออนไลน์http://th.wikipedia.org/ หัวข้อ“สะเต็มศึกษา”)

ลิงค์น่าสนใจเพิ่มเติม

1) Why STEM education is important By Francis Eberle  จาก URL http://www.isa.org/InTechTemplate.cfm?template=%2FContentManagement%2FContentDisplay.cfm&ContentID=83593#.UeoZjlsftfQ.facebook

2)  STEM Education กับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 โดย  พรทิพย์ ศิริภัทราชัย

จาก URL http://www.bu.ac.th/knowledgecenter/executive_journal/april_june_13/pdf/aw07.pdf

 3) VTR “STEM Education” การบูรณาการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดย Dr.Tairo Nomura อาจารย์จาก Saitama University ปีการศึกษา 2555

 

อ้างอิงจาก http://www.youtube.com/watch?v=QOzqXySfoL0&feature=youtube_gdata

4) โครงการ STEM Education Thailand

http://dpst-apply.ipst.ac.th/specialproject/index.php/menu-styles/stem-thailand